ทำไมโฟโด้ไม่กลับไชร์ ทั้ง ๆ ที่เฝ้ารอตลอดการเดินทาง

ตอนจบของเรื่อง The Lord of the Rings โฟโด้ไม่ได้อยู่ในไชร์ต่อไป แต่เลือกเดินทางข้ามทะเลไปยังดินแดนตะวันตกที่เรียกว่า Valinor (หรือดินแดนอันเป็นอมตะ) พร้อมกับพวกเอลฟ์
แม้ว่าสงครามจะจบลงและแหวนเอกถูกทำลายแล้ว แต่โฟโด้ยังคงแบกรับบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการเดินทาง เช่น  บาดแผลจากดาบของนัซกูลที่เวเธอร์ท็อป  พิษจากแมงมุมยักษ์เชลอบ   ความทรมานจากการเป็นผู้ถือแหวนเอกเป็นเวลานาน

เขาพูดไว้ว่า ไชร์ได้รับการช่วยเหลือแล้ว แต่ "ไม่ใช่สำหรับข้าพเจ้า" เพราะเขาไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างสมบูรณ์

ที่ท่าเรือ Grey Havens เขาลงเรือไปพร้อมกับ  Gandalf  Galadriel  Elrond เอลฟ์อีกจำนวนหนึ่ง
ส่วนเพื่อนฮอบบิทอย่าง  Samwise Gamgee   Meriadoc Brandybuck  และ Peregrin Took
ต่างกลับไปใช้ชีวิตในมิดเดิลเอิร์ธ
ในขณะที่เขาเลือกเดินทางไปยังดินแดนตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาจะได้รับการเยียวยาจากความทุกข์ที่แบกรับมา 
     อย่างไรก็ตาม โทลคีน (ผู้แต่ง) ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าโฟโด้มีชีวิตอยู่ที่นั่นนานเท่าใด เพราะโฟโด้ยังคงเป็นมนุษย์ (ฮอบบิท) ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอมตะ ดังนั้นในที่สุดเขาก็ต้องตายตามธรรมชาติ เพียงแต่ได้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างสงบสุขในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์นั้น

การที่โฟโด้จากมิดเดิลเอิร์ธและล่องเรือไปยัง Valinor ในตอนจบของ The Lord of the Rings เป็นฉากที่สามารถอ่านเชิงสัญลักษณ์ได้หลายระดับ และนับเป็นหนึ่งในตอนจบที่ลึกซึ้งที่สุดของวรรณกรรมแฟนตาซีสมัยใหม่

1. วีรบุรุษผู้กลับบ้านไม่ได้

ในเทพนิยายและเรื่องเล่าการผจญภัยแบบดั้งเดิม วีรบุรุษมักจะ "กลับบ้าน" หลังจากพิชิตภารกิจสำเร็จ แต่โฟโด้กลับทำไม่ได้ นี่เป็นการพลิกขนบสำคัญ เพราะแม้เขาจะช่วยโลกไว้ได้ แต่เขาไม่อาจกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก ในเชิงสัญลักษณ์ โฟโด้เป็นตัวแทนของผู้ที่ผ่านประสบการณ์รุนแรงเกินกว่าจะย้อนคืนสู่ชีวิตเดิม เช่น ทหารผ่านศึก  ผู้รอดชีวิตจากสงคราม  ผู้เผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่
ผู้แบกรับภาระทางจิตใจอันหนักหน่วง    โลกได้รับการเยียวยา แต่ผู้เยียวยาโลกกลับไม่อาจเยียวยาตนเองได้ทั้งหมด 

2. แผลเป็นในฐานะความทรงจำของความชั่วร้าย

โฟโด้ไม่ได้สูญเสียแขนขา แต่เขามี "แผลที่มองไม่เห็น" แหวนเอกธำรงค์ (ของรักของข้า) ไม่ได้ครอบงำเขาจนกลายเป็นปีศาจเหมือนกอลลัม แต่ก็ทิ้งร่องรอยไว้ตลอดไป ในเชิงสัญลักษณ์ แผลของโฟโด้ คือ  ประสบการณ์บางอย่างไม่สามารถลบออกจากชีวิตได้ แม้เราจะเอาชนะมันแล้วก็ตาม
มนุษย์ไม่ได้หายจากความเจ็บปวดเสมอไป บางครั้งเราเพียงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แต่สำหรับโฟโด้ แม้แต่สิ่งนั้นก็ยากเกินไป


3. การเดินทางสู่ตะวันตกในฐานะภาพแทนความตาย

การล่องเรือไปทางตะวันตกเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่ในวัฒนธรรมตะวันตก พบได้ตั้งแต่ตำนานเซลติกจนถึงวรรณกรรมยุคกลาง   ดวงอาทิตย์ตกทางตะวันตก   วันสิ้นสุดทางตะวันตก  ชีวิตก็สิ้นสุดทางตะวันตกเช่นกัน  ดังนั้นแม้โฟโด้จะยังไม่ตาย แต่การเดินทางครั้งนี้มีลักษณะคล้าย
 "การจากโลกของผู้มีชีวิต"  มากกว่าการย้ายถิ่นฐานธรรมดา  หลายคนจึงมองว่าฉากนี้มีลักษณะเป็น "ความตายเชิงสัญลักษณ์"  ไม่ใช่จุดจบของชีวิต  แต่เป็นจุดจบของการมีส่วนร่วมในโลกเดิม

4. ภาพสะท้อนประสบการณ์สงครามของโทลคีน

ผู้เขียนคือ J. R. R. Tolkien ซึ่งผ่านการรบใน Battle of the Somme  เพื่อนร่วมรบจำนวนมากเสียชีวิต  คนที่รอดชีวิตจำนวนมากกลับบ้านพร้อมบาดแผลทางใจ เมื่ออ่านในบริบทนี้ โฟโด้จึงไม่ใช่แค่  ฮอบบิท แต่เป็นภาพแทนของคนรุ่นที่ผ่านสงครามโลก พวกเขากลับถึงบ้าน แต่ไม่เคยกลับมาเป็นคนเดิม

5. การเสียสละที่สมบูรณ์

โดยปกติผู้เสียสละมักได้รับรางวัลตอบแทนแต่โฟโด้ไม่ได้รับสิ่งนั้น  เขาไม่ได้เป็นกษัตริย์ ไม่ได้รับอำนาจ  ไม่ได้รับความสุขสมบูรณ์  สิ่งที่เขาได้รับคือโอกาสในการพักผ่อน นี่ทำให้โฟโด้แตกต่างจากวีรบุรุษในตำนานจำนวนมาก  เขาไม่ชนะเพื่อครอบครองอะไร  เขาชนะเพื่อให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น
จึงมีลักษณะใกล้เคียง "ผู้แบกรับภาระแทนผู้อื่น"  ในเชิงสัญลักษณ์ เขากลายเป็นผู้เสียสละที่ไม่เรียกร้องรางวัล

6. การสิ้นสุดของยุคแห่งความมหัศจรรย์

ในระดับที่กว้างกว่าตัวละคร การจากไปของโฟโด้พร้อมเหล่าเอลฟ์ หมายถึงการสิ้นสุดของโลกเก่า
เมื่อเรือแล่นออกจาก Grey Havens ไม่ได้มีเพียงโฟโด้ที่จากไป แต่ "ความมหัศจรรย์" ก็กำลังจากไปด้วย ยุคของเอลฟ์กำลังจบลง ยุคของมนุษย์กำลังเริ่มต้น มิดเดิลเอิร์ธกำลังเปลี่ยนจากโลกแห่งตำนานไปสู่โลกสามัญ  ในแง่นี้ ตอนจบไม่ได้เป็นเพียงการอำลาตัวละคร แต่เป็นการอำลา "โลกแห่งเทพนิยาย" ทั้งโลก

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด หากอ่านในฐานะวรรณกรรมชั้นสูง ตอนจบของโฟโด้อาจกำลังบอกว่า
"การรักษาโลกไม่ได้หมายความว่าผู้รักษาจะหายดี" และ "บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็มาพร้อมกับการสูญเสียที่ไม่มีใครมองเห็น"

นี่คือเหตุผลที่ฉากเรือแล่นออกจากท่าในตอนจบยังคงทำให้ผู้อ่านจำนวนมากรู้สึกเศร้า แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยชัยชนะก็ตาม เพราะมันเตือนเราว่า ความดีอาจชนะความชั่วได้ แต่ไม่มีชัยชนะใดที่ปราศจากร่องรอยของบาดแผลเลย 

สมิทธิ  อินทร์พิทักษ์ 
หลังการดูเดอะลอร์ดรอบที่ล้าน 😅🤔


ความคิดเห็น